แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Computers แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Computers แสดงบทความทั้งหมด

MSI มาใหม่อีก 2 รุ่น 2 ขนาดใน C Series ในรุ่น CX705 และ CX605

Posted by Oil on วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553 , under | ความคิดเห็น (0)



มาใหม่ด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้นและประสิทธิภาพสูงขึ้นถูกใจวัยโจ๋


MSI ส่งรุ่นใหม่จากซีรีย์ C ที่เน้นความเรียบง่ายแบบ Classic ที่มาพร้อมจอภาพขนาดใหญ่ทั้ง 2 รุ่นทั้งขนาด 15.6 นิ้ว และ 17.3 นิ้ว โดดเด่นด้วยการ์ดจอตัวใหม่ที่รองรับ DX11 ใน ATI Radeon HD 5470 กับรุ่น CX605 และ CX705 ลายตัวเครื่องที่ได้รับการออกแบบใหม่ color film print ด้วยลายเฉียง 45 องศา สวยงามแปลกตา แรมเป็นแบบ DDRII และชิปเซ็ตจาก SIS

CX605 มากับจอภาพขนาด 15.6 หนัก 2.5kg ส่วน CX705 มาพร้อมจอภาพขนาด 17.3 นิ้ว หนัก 3kg. โดยเป็นจอภาพแบบ 16:9 ทั้ง 2 รุ่น ลำโพงใน CX705 นั้นจะต่างจากอีกรุ่นด้วยการมีลำโพง subwoofer ในตัว


อัพเดต!!!รายงานพิเศษเกี่ยวกับ HP Slate




ในงาน CES 2010 สตีฟ บอลเมอร์ได้นำเสนอคอมพิวเตอร์บนเวทีหลายรุ่นด้วยกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็จะมี HP Slate แท็บเล็ตของเอชพีรวมอยู่ด้วย โดยประเด็นใหญ่ใจความที่พูดคุยบนเวทีนอกจากสเป็กคร่าวๆ แล้วจะอยู่่ที่มันมีกำหนดวางตลาดในปี 2010 และเครื่องที่นำมาแสดงนั้นเป็นของจริง ไม่ใช่แค่ต้นแบบแต่อย่างใด

ล่าสุดทางเอชพีได้อัพเดตรายละเอียดเพิ่มเติมด้วยการ จัดทำวิดีโอทีเป็นบทสัมภาษณ์ระหว่าง Greta Schlender ตัวแทนของเอพชีกับ Phil McKinney ประธานบริหารฝ่ายเทคโนโลยีของกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ระบบใช้งานส่วน บุคคลของเอชพี โดย Phil อธิบายว่า ความจริงแท็บเล็ตได้รับการพัฒนา และถูกวางไว้บนชั้นมานานกว่า 2 ปีแล้ว แต่เนื่องจากมันยังไม่ได้รับความสนใจในตลาดก็เลยต้องรอไปก่อน


อย่าง ไรก็ตาม Phil ใช้คำว่า เนื่องจากมันเป็นช่วงเวลาที่เกิด "perfect storm" ของนวตกรรมฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ (ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะกระแสข่าวของ Tablet แก็ดเจ็ตลึกลับของแอปเปิ้ลด้วย) ทำให้ได้เวลาที่จะเปิดตลาดอุปกรณ์ดังกล่าว HP Slate จะตอบโจทย์เรื่องของการใช้งานมัลติมีเดียผ่านระบบหน้าจอสัมผัส และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 7 (ข้อมูลมากกว่าที่บอลเมอร์กล่าวไว้ในงาน CES 2010 เพียงเล็กน้อย) และเช่นเคยไม่มีข้อมูลอะไรชัดเจนมากกว่ามันจะวางตลาดในปี 2010 ให้ผู้บริโภค ใจเย็นๆ เพื่อรอฟังรายละเอียดที่จะค่อยๆ นำเสนอตามมา สำหรับคุณผู้อ่านที่สนใจแท็บเล็ตพีซีที่ไม่ใช่ของแอปเปิล HP Slate อาจจะเป็นแท็บเล็ตที่เหมาะกับคุณ...ว่าแต่ช่วยบอกอะไรมากกว่านี้อีกสักหน่อย ก็จะดีไม่น้อย...หรือจะต้องรอให้แอปเปิลเปิดตัวก่อนแล้วค่อยงัดไม้เด็ดออกมา สู้กระมัง

เน็ตบุ๊ก แอนดรอยด์ ราคา 89 เหรียญฯ

Posted by Oil on วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2553 , under | ความคิดเห็น (0)



เชื่อไหมครับว่า ด้วยเงินเพียง 89 เหรียญฯ (ประมาณ 3,200 บาท) คุณก็สามารถเป็นเจ้าของเน็ตบุ๊กได้แล้ว!!! ซึ่งหากข้อมูลที่เผยแพร่ออกมาไม่คลาดเคลื่อน ใครก็สามารถเป็นเจ้าของ EasyPC E790 เน็ตบุ๊กจากบริษัท Menq ได้ในราคาที่ถูกกว่า OLPC (One Laptop Per Child) เสียด้วยซ้ำ...

EasyPC E790 เน็ตบุ๊กที่มีขนาดหน้าจอขนาดแค่ 7 นิ้ว สามารถแสดงผลที่ความละเอียด 800 x 480 พิกเซล ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ ARM926Ej-S3C2450 (400/533MHz) ซึ่งผลิตโดยซัมซุง หน่วยความจำ 128MB (ใส่ SD Card ได้ 32GB) และ ROM 2GB โดยมีระบบปฏิบัติการให้เลือกใช้ว่าจะเป็น Windows CE 5.0 (ที่ดีฟอลต์) หรือ แอนดรอยด์ (androud) ทั้งนี้ทางบริษัทจะออกอัพเดตเฟิร์มแวร์แอนดรอยด์ให้กับลูกค้าที่ สนใจภายในหนึ่งเดือนข้างหน้านี้ EasyPC E790 สามารถเล่นไฟล์ DivX ฮัลโหลผ่านเน็ตด้วย Skype, YouTube และท่องเว็บ สนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi และ LAN มีพอร์ตยูเอสบีให้ใช้ถึง 3 พอร์ต และมีน้ำหนักเพียง 0.8 กิโลกรัม


เนื่อง จากโพรเซสเซอร์ที่ใช้เป็น ARM9 ดังนั้น EasyPC E790 จะไม่สามารถทำงานได้เร็วมากนัก อย่างไรก็ตาม หากเลือกใช้เป็นแอนดรอยด์แล้ว ปัญหาเรื่องนี้อาจจะไม่ส่งผลกระทบเท่าไร ความจริงหากขยับสเป็กขึ้นไปใช้ ARM Cortex A8 ซึ่งถึงแม้จะมีราคาขยับขึ้นอีก 10 - 20 เหรียญฯ น่าจะทำให้ได้เครื่องที่แรงกว่านี้ EasyPC E790 กำลังอยู่ในระหว่างเตรียมการวางตลาด โดยจะจัดแสดง และให้เลือกซื้อเป็นสินค้าราคาถูกตามซูเปอร์มาร์เก็ต ก็หวังว่า เมื่อวางตลาดแล้วราคาของมันยังคงไม่ถึงร้อยเหรียญฯ ตามที่แจ้งไว้นะครับ

CES 2010: เผยโฉม“สมาร์ทบุ๊ก“เลอโนโว




และแล้ว"สมาร์ทบุ๊ก" (smartbook) ตัวแรกก็ได้เผยโฉมกันสักที หลังจากที่เป็นข่าวมาได้พักใหญ่ๆ แล้ว โดยมีชื่อว่า สกายไลท์ (Skylight) เป็นของบริษัทเลอโนโว (Lenovo) ซึ่งมาพร้อมกับโพรเซสเซอร์ ARM based ชื่อว่า Snapdragon ความเร็ว 1 GHz จากบริษัทควอลคอมมส์ (Qualcomms)

สกา ยไลท์ จะเป็นการผสมผสานจุดแข็งของสมาร์ทโฟนเข้ากับเน็ตบุ๊ก โดยคุณสมบัติที่ผู้ใช้จะได้รับคือ แบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้เกือบทั้งวัน (10 ชั่วโมง) การเชื่อมต่อไร้สาย WiFi และ 3G และอินเตอร์เฟซที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการการใช้งานโปรแกรมเล็กๆ ที่เรียกว่าแก็ดเจ็ตบนเว็บ สกายไลท์จะมีหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ส่วนบันทึกข้อมูลจะเป็นหน่วยความจำแฟลช 20GB และสตอเรจที่อยู่ในรูปของ Cloud (บนเน็ต) จากเลอนโนโวอีก 2GB พอร์ต USB 2 พอร์ต ช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ SD และ microSDHC ช่องใส่ซิมการ์ด และพอร์ต mini-HDMI

" เว็บกลายเป็นหน้าต่างที่เปิดไปสู่โลกกว้างของผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ มันช่วยให้พวกเขาสามารถเชื่อมต่อกับเพื่อนฝูง และครอบครัวที่อยู่ต่างเมือง หรือห่างกันหลายพันไมล์ได้" Peter Gaucher ตัวแทนเลอโนโวกล่าว "สกายไลท์เป็นการรวมข้อดีของการใช้แบตเตอรี่ได้นานกว่ากับการเชื่อมต่อแบบ สมาร์ทโฟน พร้อมด้วยความสามารถในการสืบค้นข้อมูลบนเว็บได้อย่างสมบูรณ์แบบกับ ประสบการณ์มัลติมีเดียเหมือนเน็ตบุ๊กภายใต้อุปกรณ์ที่เรียกว่าสมาร์ทบุ๊ก" สกายไลท์จะได้รับการพรีโหลดแก็ดเจ็ต หรือโปรแกรมขนาดเล็ก 18 ตัวด้วยกัน อาทิ แอมะซอน โปรแกรมเล่นเอ็มพีสาม และ CinimaNow ของ Roxio

" ผู้ใช้สามารถเช็ค Gmail อัพเดต Facebook ดูคลิปใหม่ใน YouTube หรือสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องคอยรีเฟรชการเชื่อมต่อ หรือล็อกอิน สกายไลท์จะทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ไร้สายจากการใช้คอมพิวเตอร์ในอารมณ์ มือถือ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องของการจัดเก็บข้อมูล เนื่องจากมีสตอเรจทั้งที่อยู่ในเครื่อง และบนเน็ต (cloud)" Gaucher กล่าว สกายไลท์จะเริ่มวางตลาดในเดือนเมษายน 2010 ด้วยสนนราคา 499 เหรียญฯ (ประมาณ 18,000 บาท)

CES 2010: โน้ตบุ๊ก-แท็บเล็ต“ไฮบริด“




เลอโนโว (Lenovo) ยังคงเดินหน้าเปิดเกมผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่การเปิดตัว "สมาร์ทบุ๊ก" ที่ชื่อว่า สกายไลท์ (Skylight) ในงาน CES 2001 เท่านั้น แต่ยังเกาะกระแสความสนใจแท็บเล็ตของแอปเปิล ด้วยการเผยโฉมโน้ตบุ๊กสายพันธุ์ใหม่ที่ไฮบริดกับแท็บเล็ตภายใต้ซีรียส์ IdeaPad U1 Hybrid
ก่อนหน้านี้ เลอโนโวก็เพิ่งอัพเดตโน้ตบุ๊ก ThinkPad เอาใจผู้ใช้ในกลุ่มนักธุรกิจกันไปแล้ว ล่าสุดสำหรับผู้ใช้ในกลุ่มคอนซูเมอร์ เลอโนโวก็เตรียมของขวัญพิเศษสุดฮอตอีกเช่นกัน นั่นคือ IdeaPad U1 Hybrid ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กลูกผสมระหว่าง "แท็บเล็ต"มัลติทัช กับ"โน้ตบุ๊ก" ที่ดูแล้วราวกับแก็ดเจ็ตชิ้นต้อไปของเจมส์บอนด์ยังไงยังงั้น


IdeaPad U1 Hybrid มาพร้อมกับโพรเซสเซอร์ 2 ตัว และสตอเรจ 2 ชุดแยกกันทำงานตามฟังก์ชันที่ใช้ว่าเป็นแท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊ก เมื่อประกอบร่างเป็นโน้ตบุ๊กเครื่องเดียวจะมีน้ำหนัก 1.72 กิโลกรัม อย่างไรก็ดี IdeaPad U1 Hybrid สามารถแยกการใช้งานเป็น "แท็บเล็ต"หน้าจอสัมผัสแบบ"มัลติทัช"ที่มีขนาด 11.6 นิ้ว และทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Snapdragon ของ Qualcomm พร้อมหน่วยความจำ 512MB ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Linux แต่ใช้อินเตอร์เฟซเดียวกันกับ Skylight (Smartbook ของเลอโนโว) โดยทางบริษัทอ้างว่า ลำพังการใช้งานเป็นแท็บเล็ตจะสามารถทำงานต่อเนื่องได้ 6 ชั่วโมง ในขณะที่การเชื่อมต่อการทำงานแบบ 3G จะใช้งานได้จนกระทั่งแบตฯ เหลือ 3 ชั่วโมง ทั้งนี้แท็บเล็ตสามารถแสดงผลได้ทั้งสองแนวคือ แนวนอน (landscape) และแนวตั้ง (Portrait)


และ เมื่อประกอบแท็บเล็ต เพื่อใช้งานเป็นโน้ตบุ๊ก IdeaPad U1 Hybrid ก็จะทำงานโพรเซสเซอร์ Intel ULV Core 2 Duo SU พร้อมหน่วยความจำ 4GB ชิปเซตกราฟิก Intel GMA เว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซล พอร์ต USB 2.0 2 พอร์ต และ eSATA แถมยังจะมีพอร์ต HDMI และ VGA พร้อมช่องอ่านการ์ดหน่วยความจำแบบ 4-in-1 ให้อีกด้วย ผู้ใช้สามารถเพิ่ม SSD ที่ให้กับเครื่องเป็น 128GB รวมกับ 16GB ที่อยู่ในแท็บเล็ต IdeaPad U1 Hybrid จึงเป็นแลปทอป 2-in-1 คือ โน้ตบุ๊กกับแท็บเล็ตทีสามารถรวม หรือแยกการใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 999 เหรียญฯ (ประมาณ 35,000 บาท) และคาดว่าจะสามารถวางตลาดได้วันที 1 มิถุนายน ศกนี้

Vaio W เน็ตบุ๊กหัวใจ“สีเขียว“




โซนี่ (Sony) เปิดตัวมินิโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ Vaio W ในงาน CES 2010 ซึ่งนอกจากจะมีขนาดเล็กน่าใช้แล้ว มันยังเป็น Green Netbook อีกด้วย เนื่องจาก 23% ของพลาสติกทีใช้ทำตัวเครื่องทำจากแผ่น CD ที่นำมารีไซเคิล นอกจากนี้ กระเป๋าใส่โน้ตบุ๊กสำหรับนำติดตัวไปในที่ต่างๆ ยังรีไซเคิลจากขวดน้ำพลาสติก (PET bottle) แถมยังไม่มีการใช้กล่องกระดาษลูกฟูกสำหรับบรรจุภัณฑ์อีกด้วย
Sony Vaio W เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องที่สองสำหรับเด็กนักเรียนนัก ศึกษา โดยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับคุณสมบัติการควบคุมดูแลของผู้ปกครอง (parental controls) และซอฟต์แวร์ระบบรักษาความปลอดภัยขณะออนไลน์ หน้าจอ LED สว่างสดใสไร้สารปรอทขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียดไฮเดฟ 1366 x 768 พิกเซล


ฮาร์ดดิสก์ ที่มากับ Sony Vaio W รุ่นใหม่นี้จะมีขนาด 250GB แบตเตอรี่ใช้ได้นาน 7 ชั่วโมง และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 7 Starter ภายนอกของตัวเครื่องจะมีสีขาว และภายในมีชั้นพลาสติกใสสีเขียวตามคอนเซปต์กรีน อย่างไรก็ตาม ทางโซนี่ไม่ได้เปิดเผยถึงซีพียูที่ใช้ อย่างไรก็ตาม สามารถสั่งจองผ่านออนไลน์ได้แล้วด้วยราคา 480 เหรียญฯ (ประมาณ 16,000 บาท)

คอมพิวเตอร์ “ปลั๊กไฟ“ ?




Marvell บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์คอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์หลายอย่างด้วยกันตั้งแต่อี บุ๊ก ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ ล่าสุดทางบริษัทกำลังจะเปิดตัวแก็ดเจ็ตที่มีชื่อว่า Computer 3.0 ในงาน CES 2010 ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าปลั๊กไฟเล็กน้อย สามารถเสียบกับเต้าเสียบ เพื่อใช้งานเป็นคอมพิวเตอร์ได้ทันที

Plug Computer 3.0 ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Armada 300 ที่กินไฟน้อยมาก (น้อยกว่า 2W หรือประมาณ 1 ใน 10 ของคอมพิวเตอร์ทั่วไป) แต่สามารถทำงานด้วยความเร็ว 2GHz ภายในของคอมพิวเตอร์ปลั๊กไฟจะมาพร้อมกับวงจรเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi และ Bluetooth หรือจะเชื่อมต่อด้วยอีเธอร์เน็ต (10/100/1000) พร้อมด้วยฮาร์ดดิสก์ 1.8 นิ้ว หน่วยความจำ 512MB (เพิ่มหน่วยความจำแฟลชได้อีก 512MB) นอกจากความสวย และขนาดของมันที่เล็กกว่าเดิมแล้ว ราคายังถูกกว่าอีกด้วย นักพัฒนาสามารถใช้ชุดซอฟต์แวร์คิทจาก Marvell ในการประยุกต์ใช้เจ้า Plug Computer 3.0 ได้ตามที่ต้องการ

ความจริง Plug Computer ก็คือ คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ทำงานด้วยระบบปฎิบัติการลินุกซ์ (Linux) นั่นเอง ดังนั้นคุณสามารถนำมันไปประยุกต์ใช้งานต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เว็บเซิร์ฟเวอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ เซ็นเซอร์ตรวจจับ ระบบป้องกันภัย โฮมออโต้เมชั่น และอื่นๆ อีกมากมายตามแต่จินตนาการของคุณ มันมีช่องต่อ mini USB และ SDIO (สล็อตใส่การ์ดหน่วยความจำ SD และอุปกรณ์เชื่อมต่ออื่นๆ ได้) สนนราคาอยู่ที่ 99 เหรียญฯ (ประมาณ 3,400 บาท)

ทำนาย“คุณสมบัติใหม่“ที่จะพบใน iSlate




แม้ iSlate ของแอปเปิล (Apple) จะยังไม่มีความชัดเจนออกมาแต่อย่างใด แต่ทว่าข่าวสารต่างๆ เกียวกับอุปกรณ์ตัวนี้ก็กระฉ่อนร่อนบัซไปทั่วเน็ตแล้ว (โดยแอปเปิลไม่ต้องเสียตังค์แม้แต่แดงเดียว) ตลอดจนข่าวลือต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การยืนยันว่าหน้าจอ 10 นิ้วแน่ๆ เพราะตอนนี้โรงงานผลิตจอหลายแห่งแจ้งไม่มีจอ (LCD และ OLED) ขนาดดังกล่าวเหลือให้ผู้ผลิตรายอื่นแล้ว เพราะแอปเปิลจองหมด หรือจะเป็นยอดขายที่คาดว่าน่าจะอยู่ที่ 3 ล้านในปีนี้ ล่าสุดมีการทำนายคุณสมบัติเด่นที่จะทำให้ iSlate ประสบความสำเร็จออกมาอีกด้วย ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกันครับ
โดยแนวคิดแล้ว แอปเปิลมักจะคิดต่าง และเลือกใช้เทคโนโลยีที่ล้ำกว่าผลิตภัณฑฺ์ในตลาดเสมอ รวมถึงดีไซน์ที่ต้องตอบโจทย์การใช้งานพอๆ กับความสวยงาม ซึ่งสำหรับคุณสมบัติเด่นที่อ้างอิงจากข้อมูลต่างๆ และคาดว่าจะพบใน iSlate มีดังนี้




1. มันจะมาพร้อมกับ "อินเตอร์เฟซ 3D" หรือไม่อย่างน้อย อินเตอร์เฟซมัลติทัชที่ให้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าสิ่งที่เราพบเห็นบนไอโฟน (iPhone) ที่มาของคำทำนายนี้มาจากสิทธิบัตรของแอปเปิลที่เป็นแบบร่างของ อินเตอร์เฟซที่ใช้เทคโนโลยี 3D ดังรูปข้างล่างนี้ เนื่องจากแอปเปิลคงไม่เลือกใช้การขยายอินเตอร์เฟซบนไอโฟน เพื่อนำไปใช้บนแท็บเล็ตแค่นั้น ซึ่งหากไม่ใช่ตามคำทำนายนี้ มันก็ต้องไม่ทำให้ดูเหมือนแค่การขยายไอโฟนให้ใหญ่ขึ้นเท่านั้นอย่างแน่นอน



2. iSlate จะมีระบบการทำงานที่เป็น Cloud computing (จากสเป็กที่รั่วออกมาก็ว่าอย่างนั้น) เนื่องจากมันเป็นก้าวที่สำคัญของเทคโนโลยีที่แอปเปิลคงไม่มองข้ามไปแน่ๆ โดย iSlate จะสามารถสตรีมคอนเท็นต์ได้อย่างมากมาย ตลอดจนการซิงค์ข้อมูลกับแอพพลิเคชันต่างๆ ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถรีวิว หรือแก้ไขงานเล็กๆ น้อยๆ บนแท็บเล็ตได่้ โดยไม่ต้องไปเปิดคอมพิวเตอร์ เพื่อจัดการงานนิดหน่อยเท่านั้น



3. มันน่าจะมีการติดตั้งระบบซอฟต์แวร์รู้จำ (recognition software) ที่มีความซับซ้อน ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถใช้กล้องที่มากับแท็บเล็ตทำงานต่างๆ ได้มากกว่าเว็บแคมสื่อสาร เช่น การค้นหาข้อมูลข่าวสารบนออนไลน์เกียวกับสิ่งของ (รูปภาพ ภาพยนต์ เกมส์ นิตยสาร ฯลฯ) ที่ปรากฎในภาพที่ถ่าย คล้ายๆ กับไอโฟนแอพฯ ทีชื่อ LookThatUp.com หรือบางทีอาจสามารถใช้กล้องเป็นจอยสติ๊กเสมือนในการควบคุมแอ คชั่นของเกมส์ หรือการทำงานของแอพพลิเคชันต่างๆ บนแท็บเล็ต แทนการพิมพ์บนคีย์บอร์ดสเมือนก็ได้ (อารมณ์คล้่ายๆ กับนาทาลของไมโครซอฟท์)



ไม่ ว่าคำทำนายเหล่านี้จะเป็นจริง หรือไม่ก็ตาม เชื่อว่า ผู้บริโภคก็ยังคงสนใจ iSlate อยู่ไม่น้อย แต่หากมันทำได้จริง ตัวเลข 3 ล้านเครื่องภายในหนึ่งปีที่เปิดเผยออกมาจากปากของนักลงทุน ก็ดูจะไม่เว่อร์เกินไปหรอกนะ :p

อีรีดเดอร์ 2 จอ ท่องเว็บ ได้




ก่อนหน้านี้ คุณผู่อ่านที่ติดตามเว็บไซต์ arip อยู่เป็นประจำคงจะจำได้ว่า ทางเว็บไซต์ได้เคยแนะนำ enTourage eDGe อีรีเดอร์ที่มี 2 หน้าจอ โดยหน้าจอหนึ่งเป็นเทคโนโลยี "อีอิงค์" เอาไว้อ่านอีบุ๊ก ส่วนอีกหน้าจอหนึ่งเป็น LCD ที่สามารถใช้งานแบบ"แท็บเล็ต" เอาไว้ใช้ท่องเว็บได้ด้วย

ต้อง ยอมรับว่า กระแสเครื่องอ่านอิเล็กทรอนิกส์ (eReader) ค่อนข้างบูมมากๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะยอดขายที่ถล่มทลายในช่วงวันหยุดปลายปีที่แล้ว จนผู้ผลิตบางรายต้อง เสียโอกาสไปอย่างเช่น Nook ของ B&N ในบรรดาเครื่องอ่านอีบุ๊กหลายๆ รุ่นที่ออกมาในตลาด มีเครื่องอ่านฯรุ่นหนึ่งที่เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าชื่อว่า enTourage eDGe ที่ไม่เหมือนใคร เพราะเป็นเครื่องอ่านรุ่นแรกทีมีสองหน้าจอที่ใช้เทคโนโลยีต่างกัน ทำให้มัน มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายตั้งแต่ อีรีเดอร์ เน็ตบุ๊ก โน้ตแพด (เขียนได้แบบแท็บเล็ต) และออดิโอ/วิดีโอบุ๊ก นั่นหมายความว่า คุณสามารถใช้มันอ่านอีบุ๊ก ท่องเน็ต ดูหนัง หรือฟังเพลงได้นั่นเอง...ว้าว!!!

สำ หรับอีบุ๊กจะสามารถโหลดเข้าไปอ่านในเครื่องผ่านทางการ์ดหน่วยความจำ SD แฟลชไดรฟ์ หรือถ่ายโอนจากพีซี หรือแม็คผ่านทางพอร์ตมินิยูเอสบีก็ได้ eDGe จะมีขนาดของหน้าจออีอิงค์ 9.7 นิ้วที่สามารถแสดงผลที่ความละเอียด 1200 x 825 ส่วนหน้าจอสีที่เป็น LCD จะมีขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1024 x 600 ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android ในส่วนของการเชือมต่อไร้สาย Wi-Fi จะเป็นเวอร์ชันถัดไป ส่วนตอนนี้มันจะสนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สายผ่านโมเด็มโมบาย HSDPA หรือ EVD สตอเรจสำหรับจัดเก็บอีบุ๊ก 3GB แบตเตอรี่สามารถทำงานได้ 16 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง eDGe มีให้เลอืก 4 สีด้วยกันคือ น้ำเงิน ขาว ดำ และแดง สามารถสั่งจองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ สนนราคา 490 เหรียญฯ (ประมาณ 16,500 บาท) วางตลาดกุมภาพันธ์ ศกนี้

Netpad สุดยอดโน้ตบุ๊คแห่งอนาคต




คีย์บอร์ด ที่มีขนาดบางเป็นพิเศษ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เกิดอาการเมื่อยล้า อีกทั้งการรับชมภาพยนตร์ก็พร้อมมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจในแบบที่ไม่ เคยมีมาก่อน ด้วยการนำหนังความละเอียดสูง พร้อมคุณสมบัติการสตรีมมีเดีย ควบคู่กับระบบเสียงระดับ Hi-Fi เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องพีซีที่ใช้แพลตฟอร์ม Window 7 และด้วยการยกระดับความปลอดภัยในระหว่างการเดินทาง คุณจึงมั่นใจได้ว่าฝาพับซึ่งถูกออกแบบด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ ที่ปกป้องหน้าจอของคุณจากการใช้งานต่างๆ ทั้งยังสามารถแยกชิ้นส่วนอิสระ เพื่อให้สามารถวางราบกับพื้นได้อีกด้วย








วิธีดูแล "โน้ตบุ๊ก" คู่ใจ ให้อยู่ข้างกายไปนาน...นาน

Posted by Oil on วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553 , under | ความคิดเห็น (0)




ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ก หรือของใช้อะไรก็ตาม จำเป็นที่เราจะต้องทำความรู้จักสิ่งนั้นให้มากที่สุดเพื่อที่จะได้เรียนรู้และเข้าใจถึงจุดเด่น ศักยภาพ ความสามารถและข้อจำกัด รวมไปถึงจุดอ่อนที่พึงระวัง

"ประชาชาติธุรกิจ" ฉบับนี้ขอนำข้อมูลจากบทความ "รอบทิศไอที" ของ สุรพงษ์ เกียรติพงสา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) มานำเสนอเกี่ยวกับวิธีการดูแลโน้ตบุ๊ก เพื่อให้มีอายุการใช้งานไปนาน และคุ้มค่าการลงทุน เช่นต้องดูว่าโน้ตบุ๊กที่ใช้อยู่นั้นทำมาจากวัสดุแบบไหน แข็งแรงหรือเปราะบางแค่ไหน ถ้าเกิดมีปัญหาที่ตัววัสดุแต่ละชิ้นจะมีอะไหล่ที่หาเปลี่ยนได้ง่ายหรือไม่ การปรับเปลี่ยนเพิ่มอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของโน้ตบุ๊กทำได้ง่ายหรือไม่ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นข้อมูลที่จำเป็นต้องเรียนรู้ให้มากที่สุดก่อน ตัดสินใจซื้อ

และการดูแลแหล่งพลังงานของโน้ตบุ๊ก และปลุกให้กระชุ่มกระชวยตลอดเวลาถือเป็นเรื่องสำคัญ

ถ้าอาหาร คือแหล่งพลังงานของคน แบตเตอรี่ก็คือแหล่งพลังงานของโน้ตบุ๊ก ดังนั้นจึงควรดูแลแบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊กให้ดีเพื่อให้สามารถจ่ายพลังงานให้กับโน้ตบุ๊กต่อการใช้งานครั้งหนึ่งได้นานๆ

ขณะที่บางคนกังวลว่า ควรถอดแบตเตอรี่ออกหรือไม่เวลาต่อโน้ตบุ๊กแล้วใช้พลังไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไฟ โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ มีระบบป้องกันแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างดี ทำให้ไม่ต้องกังวลเวลาใช้งานโน้ตบุ๊กที่ใส่แบตเตอรี่ทิ้งไว้แล้วต่ออะแดปเตอร์กับ ไฟบ้าน

ซึ่งเป็นกรณีเดียวกับที่เวลาชาร์จไฟแบตเตอรี่เต็มแล้วต้องถอดอะแดปเตอร์ออกไหม ? หายกังวลได้เลย เพราะแบตเตอรี่รุ่นใหม่ๆ จะมีวงจรที่ช่วยจัดการเรื่องพวกนี้ให้อยู่แล้ว

โดยปกติแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี แต่กับบางยี่ห้อที่ดีๆ ก็อาจยาวนานไปถึง 6 ปีเลยก็ได้ สำหรับใครที่อยากจะยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานเต็มประสิทธิภาพ ไม่เดี้ยงไปซะก่อนครบรอบอายุการใช้งาน มีคำแนะนำดังนี้

อย่างแรกคือ แบตเตอรี่ เป็นพวกไม่ชอบอากาศร้อน เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรเก็บแบตเตอรี่ หรือใช้โน้ตบุ๊กในที่ที่มีอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน โดยอุณหภูมิที่จะช่วยรักษาสภาพของแบตเตอรี่ไว้ได้ยาวนานคือประมาณ 25 องศาเซลเซียส

อันดับต่อมา เวลาที่จะต้องชาร์จแบตเตอรี่ครั้งใหม่ ไม่ควรรอให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงแล้วค่อยนำมาชาร์จ (ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ) ควรชาร์จไฟใหม่ เมื่อมีการใช้งานแบตเตอรี่ไปสัก

ครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 50-60% เพราะจะช่วยไม่ให้เกิดความร้อนสะสมอันเป็นตัวนำมาซึ่งการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่

และควรระมัดระวังการทำแบตเตอรี่หล่นบนพื้นแข็งๆ หรือเกิดการกระแทกอย่างรุนแรง เพราะจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของแบตเตอรี่ได้ แบตเตอรี่ปลอมก็เป็นอีกสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและต้องระมัด ระวัง เพราะนอกจากส่งผลต่อการทำงานของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กแล้ว ยังอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานด้วย เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร การไหม้ หรือระเบิดได้

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเด็นที่ผู้ใช้งานโน้ตบุ๊กควรใส่ใจ เพื่อป้องกันปัญหา โดยเฉพาะเรื่อง "ความร้อน" ซึ่งแทบจะเป็นสาเหตุต่างๆ ของปัญหาระหว่างการใช้งานโน้ตบุ๊กเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการแฮงก์ ค้างไปเฉยๆ ระหว่างการทำงาน

เรื่องของพลังงานที่โน้ตบุ๊กต้องจัดการจ่ายให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่องที่เป็นข้อจำกัด ทำให้ต้องรู้จักจัดการเรื่องการใช้พลังงานภายในเครื่องโน้ตบุ๊กอย่างดี เพื่อช่วยให้การทำงานที่ราบรื่นและการยืดอายุการใช้งานโน้ตบุ๊กได้อีกด้วย

อย่างเรื่องการแชร์หน่วยความจำเครื่องให้กับหน่วยประมวลผลกราฟิก ควรแชร์ให้เท่าที่ความจำเป็นต่อการใช้งาน ยกตัวอย่าง ใช้โน้ตบุ๊กพิมพ์งานเอกสารทั่วไป เล่นเน็ต ฟังเพลง ก็แชร์แรมไปให้กราฟิกแค่ 8 Mb ก็น่าจะเพียงพอ แต่ถ้าเริ่มดูหนัง เล่นเกมออนไลน์ ก็สัก 16-32 Mb แต่ถ้าเริ่มมีภาพ 3D หรือใช้โปรแกรมกราฟิกเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้อง 64Mb ขึ้นไป หรืออย่างเวลาไม่ได้ใช้งานฟังก์ชันไร้สายต่างๆ เช่น Wi-Fi, Bluetooth หรือแม้แต่อินฟราเรด ก็ควรปิดการใช้งานไปซะ จะช่วยลดการใช้พลังงานภายในเครื่องได้อีกเยอะ

ประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ให้ Notebook ด้วยคำสั่ง Hibernate และ Standby




คุณรู้หรือไม่ นอกจากตัวเลือกสำหรับการปิดเครื่อง Log Off / Restart / Shut Down แล้ว ยังมีคำสั่ง Hibernate และ Standby (Windows XP Professional Edition) ให้อีกด้วย
เรามาทำความรู้จักกันว่าแต่ละคำสั่งใช้งานอย่างไร
ปกติเวลาเราไม่ได้ใช้เครื่อง หากเป็นเครื่องพีซีทั่วๆไป เวลาออกไปทานข้าว ออกไปข้างนอกไม่นานนัก เราอาจปิดหน้าจอไว้เฉยๆ หรืออาจ Shut Down ไปเลย แต่สำหรับคอมพิวเตอร์ Notebook หากเปิดไว้ตลอดจะเปลืองแบตเตอรี่ หากไปทานข้าวตอนกลางวันอาจพับหน้าจอไว้ โดยไม่ได้เปิดเครื่อง เครื่องอาจจะเข้าสู่โหมด Stand by

สำหรับ Windows XP Professional Edition มีคำสั่งในการ Shut Down ดังนี้















ดาวน์โหลด (53.24 KB)
14-9-2008 22:23

Log Off ในกรณีที่คุณไม่ได้อยู่หน้าเครื่องแล้วไม่อยากให้ใครมายุ่ง ก็เลือก Log Offเพราะจะมีเฉพาะผู้ที่รู้รหัสผ่านของคุณเข้าใช้งานได้เท่านั้น

Shut Down ปิดเครื่อง + ตัดไฟ

Restart รีสตาร์ทระบบใหม่

ทีนี้การ Shut Down และ Restart จะเป็นการปิดเครื่องซึ่งเมื่อจะใช้งานอีกครั้งต้องเสียเวลาในการเปิดและโหลดโปรแกรมมาใหม่ส่วนการ Log Off ก็ช่วยได้เพราะทำงานต่อได้ทันทีแต่มันไม่ได้ช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่น่ะสิ

Stand by เหมือนๆกับเราปิดทีวีด้วยรีโมทเครื่องจะยังสแตนบาย มีไฟเข้าตลอดเวลา คล้ายๆกับปิดเครื่องชั่วคราวและก็ยังใช้พลังงานจากแบตเตอรี่อยู่ดี

Hibernate เมื่อก่อนผมเองก็ไม่เคยใช้ แต่พอใช้ก็สะดวกดีเวลาออกไปทานข้าวสัก 1 ชั่วโมงตอนพักเที่ยงก็สั่ง Hibernate ไว้ช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่แต่ไม่ต้องปิดเครื่องแต่อย่างใด

การตั้งค่าเข้าสู่โหมด Hibernate โดยอัตโนมัติ
1. เปิด Power Options ใน Control Panel
2. เลือกแถบ Hibernate เลือกตัวเลือก Enable Hibernate























ดาวน์โหลด (34.66 KB)
14-9-2008 22:23


จากนั้นเลือกแถบ APM คลิกที่ Enable Advanced Power Management Support
(หากคอมพิวเตอร์ของคุณไม่รองรับ APM ก็จะไม่แสดงแถบนี้)

คลิกแถบ Power Schemes เลือกช่วงเวลาหากคุณไม่ได้ใช้เครื่องเป็นระยะเวลาที่กำหนด เครื่องจะเข้าสู่โหมด Hibernates ตามเวลาที่กำหนดเพื่อประหยัดพลังงาน

ที่นี้ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานคอมพิวเตอร์โน้ตบุคของคุณให้ทำ งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่อีกด้วย

หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.microsoft.com/windows ... rted/hibernate.mspx

ข้อมูลจาก : www.tispa.or.th

เทคนิคการชาร์จแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กให้คุ้มค่า




แบตเตอรี่โน้ตบุ๊คที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันจะเป็นชนิด Lithium Ion(Li-on) ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่สามารถชาร์จไฟได้ตลอดเวลา โดยไม่เกิดปัญหา Memory Effect(โน้ตบุ๊คบางยี่ห้ออาจจะเลือกใช้แบตเตอรี่ชนิด Lithium Polymer หรือตัวย่อLi-Polymer ซึ่งมีคุณลักษณะใกล้เคียงกัน แต่น้ำหนักเบากว่า)

ปัญหา Memory Effectคือกรณีที่แบตเตอรี่ถูกใช้ไฟไม่หมดประจุแล้วมีการนำไปชาร์จไฟใหม่อยู่บ่อยๆ ทำให้แบตเตอรี่ไม่สามารถจำค่าสูงสุดที่มันเคยเก็บไว้ได้เป็นสาเหตุให้แบตเตอรี่ค่อย ๆ เสื่อมลงอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่ปัญหา MemoryEffect จะมีผลกระทบต่อแบตเตอรี่ชนิด Ni-Cad แต่สำหรับ Li-on และ Li-Polymer จะไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด

แบตเตอรี่แบบ Li-on และ Li-Polymer จะนับการชาร์จเป็นรอบ (Cycle)โดยจะแบ่งแรงดันออกเป็น 3 ระดับคือ 1C หมายถึง การชาร์จ ณระดับพลังงานแบตเตอรี่มากกว่า 65-70%, 2C หมายถึง การชาร์จ ณระดับพลังงานแบตเตอรี่ 35-60% และ3C หมายถึงการชาร์จ ณระดับพลังงานต่ำกว่า 30%

เทคนิคการชาร์จแบตเตอรี่ให้คุ้มค่า

1.จะชาร์จเมื่อไหร่?













จากกราฟแกนแนวตั้งเป็นความจุ และแกนแนวนอนเป็นจำนวนรอบ (Cycle)ของการชาร์จ หากชาร์จแบตเตอรี่ที่ระดับ 3C จะสามารถชาร์จได้ประมาณ 300 รอบ(Cycle) ในขณะที่การชาร์จแบตเตอรี่ Li-on และ Li-Polymer ที่ระดับ 1C และ2C จะสามารถชาร์จได้มากกว่า 400-500 รอบ (Cycle)ซึ่งสรุปได้ว่าการชาร์จที่ระดับ 1Cจะทำให้พลังงานของแบตเตอรี่นั้นมีการสูญเสียพลังงานน้อยที่สุดซึ่งหมายถึงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่มากขึ้นนั่นเอง (ในความเป็นจริงการชาร์จในระดับ 2C ดูจะสมเหตุสมผลมากกว่าในระดับ 1Cแต่อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการชาร์จในระดับ 3Cเพราะจะทำให้อายุการใช้งานการแบตเตอรี่ลดลงอย่างมาก)

คำแนะนำ: ควรชาร์จแบตเตอรี่ ณ ระดับพลังงาน ที่ 35-60 %

2. จะถอดหรือจะใส่แบตฯ อย่างไรดี?











มีคำแนะนำที่ว่า “หากจะไม่ได้มีการใช้โน้ตบุ๊คเป็นระยะเวลานานให้ทำการถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง”แต่ก่อนที่จะทำการถอดแบตเตอรี่ออกมาเก็บนั้นอยากจะให้ลองดูตารางด้านบนกันสักนิดตารางนี้แสดงถึงการสูญเสียพลังงงานของแบตเตอรี่ในระดับอุณหภูมิต่างๆกัน

โดยจากตารางจะเห็นได้ว่าหากทำการเก็บแบตเตอรี่ที่อุณหภูมิปกติ (25องศาเซลเซียส) แบตเตอรี่ที่มีความจุ 40% จะคลายประจุออกมา 4%หลังจากผ่านไป 1 ปีและยิ่งอุณหภูมิการเก็บสูงขึ้นอัตราการคลายประจุก็มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

ในขณะที่แบตเตอรี่ที่มีความจุเต็ม 100% จะคลายประจุออกมาถึง20% หลังจากผ่านไป 1 ปี และหากอุณหภูมิการเก็บสูงขึ้นอัตราการคลายประจุก็จะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกันจึงสรุปได้ว่าหากต้องการถอดและเก็บแบตเตอรี่นั้นควรให้แบตเตอรี่มีความจุ40% และควรเก็บในสถานที่ที่มีอากาศเย็น และไม่มีความชื้น (ตัวเลข 40%นี้เป็นค่าที่เหมาะสมที่สุดจากการทดลองในห้องแล็ป) ในทางกลับกันกรณีที่มีการใช้งานโน้ตบุ๊คการชาร์จแบตเตอรี่ทุกครั้งควรชาร์จให้เต็มความจุของแบตเตอรี่

3. ถ้าเสียบปลั๊กใช้งานควรจะใส่หรือจะถอดแบตฯ ดี?

ภายในแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คนั้นจะมีวงจรไว้สำหรับควบคุมการชาร์จโดยลักษณะของวงจรชาร์จแบตเตอรี่ที่พบในโน้ตบุ๊คจะมีอยู่ 2 ลักษณะคือแบบที่ 1 ทำการชาร์จตลอดเวลาแม้ระดับความจุของแบตเตอรี่จะสูงกว่า 90%วงจรแบบนี้จะพบได้ในโน้ตบุ๊ค รุ่นเก่าๆ ส่วนแบบที่ 2วงจรชาร์จแบตเตอรี่จะทำงานเมื่อระดับความจุของแบตเตอรี่ต่ำกว่า 90-95%(แล้วแต่ยี่ห้อ) โดยโน้ตบุ๊คส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้นจะใช้วงจรแบบที่ 2 นี้เกือบทั้งหมด

ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากวงจรการชาร์จทั้ง 2 แบบ แล้วสรุปได้ว่าหาดโน้ตบุ๊คของคุณเป็นรุ่นที่ใช้แบบเตอรี่ที่มีวงจรการชาร์จแบบที่ 2 แล้วการเสียบปลั๊กเล่นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องถอดแบตออกและจะไม่มีผลกระทบใดๆต่อแบตเตอรี่เพราะวงจรการชาร์จของแบตเตอรี่ยังไม่ได้ทำงาน(ในกรณีที่แบตเตอรี่มีความจุมากกว่า 90-95%)แต่หากแบตเตอรี่มีความจุไม่ถึงระดับ 90-95%แนะนำให้ทำการใช้งานไปจนกว่าความจุของแบตเตอรี่จะลดลงถึงระดับ 2C หรือ 1Cแล้วจึงค่อยเสียบปลั๊กในกรณีที่โน้ตบุ๊คของท่านเป็นรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ที่มีวงจรการชาร์จแบบที่1 (ไม่ตัดการทำงาน) ลองพิจารณาถึงข้อดี-ข้อเสียต่างๆ ดังต่อไปนี้















อย่าง ไรก็ตามด้วยคุณลักษณะของแบตเตอรี่แบบ Li-on นั้นจะมีการคลายประจุออกมาอยู่แล้วในอัตรา 10 % ต่อ 1 เดือน (ที่อุณหภูมิการใช้งาน) และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊คก็จะไม่เกิน 2-3 ปี แต่หากมีการใช้งานอย่างถูกต้องเหมาะสมก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ได้ยาวนานขึ้น

ข้อมูลจากhttp://hitech.spiceday.com/viewthread.php?tid=13294&extra=page%3D1&sid=AoIZ1V

คิดจะซื้อโน้ตบุ้ค ต้องรู้จัก(นิยาม)โน้ตบุ้ึคแต่ละยี่ห้อ

Posted by Oil on วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553 , under | ความคิดเห็น (0)



การจะ ซื้อโน้ตบุ้คมาใช้สักเครื่องก็เหมือนกับการเลือก คบใครสักคนมาเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท จนถึงคู่รัก ที่เราต้องรู้เขารู้เรา รู้นิสัยใจคอของกันและกัน ถึงจะไปกันอย่างราบรื่น การเลือกซื้อโน้ตบุ้คก็เช่นกันครับ ต้องรู้จักโน้ตบุ้คแต่ละยี่ห้อว่ามีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง รู้จักตัวตนของยี่ห้อนั้นๆ วันนี้ผมจึงนำทิป “คิดจะซื้อโน้ตบุ้ค ต้องรู้จัก(นิยาม)โน้ตบุ้คแต่ละยี่ห้อ “ มาฝากเพื่อนๆทุกคน
ในปัจจุบันนี้ เจ้าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่เราคุ้นเคยกันนั้น เริ่มจะตกกระป๋องแล้วล่ะ เมื่อมี ลูกหลานของมันถือกำเนิดขึ้นมา ได้แก่ โน้ตบุ้ค คอมพิวเตอร์ตัวเล็กที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนก็ได้ เป็นการตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในปัจจุบันที่ต้องการความรวดเร็ว และมีพื้นที่ในการอยู่อาศัยที่จำกัด
ในเมื่อ โน้ตบุ้คเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน มีมากมายหลายยี่ห้อให้เราเลือก และเราจะรู้ได้ไง ว่ายี่ห้อไหนดีหรือไม่ดี

sony และ fujitsu เป็นแบรนด์ที่ข้ามฟากข้ามทะเลมาจากแดนปลาดิบทั้งคู่ ซึ่งทั้งสองยี่ห้อนี้เหมือนกันตรงที่ ออกแบบได้ดีและหรูหรา สวยงามมาก แต่ราคาค่อนข้างแพง











โดย ถ้ากล่าวถึง sony นั้น เราจะนึกถึงความหรูหรา มีสไตล์ นำเทรนด์สมัยใหม่ ถ้าจะเปรียบเหมือนผู้หญิง ก็คงจะเป็นสไตล์คุณหนู ที่แต่งตัวดีมีระดับ แต่แฝงความน่ารักสดใส ตามสมัยนิยม











fujitsu ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราเช่นกัน แต่จะเน้นไปกลุ่มผู้ใช้พวกนักธุรกิจมากกว่าแต่ในปัจจุบันนี้เริ่ม ลงมาลุยในกลุ่มระดับกลางแล้ว












Hp/Compaq เป็นnotebook ที่ประสิทธิภาพดียี่ห้อหนึ่งเลย แต่มีข้อเสียตรงที่ มีปัญหาไดร์ฟเวอร์ถ้าลง XP ทั้ง HP และ Compaq เป็นแบรนด์ในค่ายเดียวกัน โดย HP นั้นจะเน้นทำตลาดระดับบน ส่วน Compaq จะเน้นระดับล่าง ประมาณว่า สินค้าดีราคาถูกนั่นเอง










Lenovo เป็นnotebook ที่ดีไซน์อาจไม่โดนใจสักเท่าไหร่ ด้วยดีไซน์อาจจะโบราณไปนิด แต่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน เนื่องจาก เป็นลูกหม้อของ IBM แต่ผลิตที่จีนนั่นเอง





















Toshiba คล้ายๆกับ lenovo ขึ้นชื่อเรื่องความทนเช่นเดียวกัน แต่ราคาค่อนข้างแพงสักนิดหนึ่ง และที่สำคัญ ของเขามีคุณภาพนะ ตามสโลแกนที่ว่า “โตชิบา นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต “ หุหุ








Benq กำลังมาแรงแซงทางโค้งเลย ขึ้นชื่อเรื่องการ์ดจอ เนื่องจาก การ์ดจอดีๆแต่ราคาถูกกว่าเจ้าอื่น อย่างเช่น รุ่น s41 เป็นต้น benq มีข้อเสียในเรื่องของเคสที่ค่อนข้างบอบบางและมีปัญหาความร้อน














Dell ยี่ห้อนี้มีลักษณะการขายแบบขายตรง คือต้องโทรสั่งผ่าน เซลล์ คนไทยอาจไม่ค่อยคุ้นเคยกับวิธีการขายแบบนี้ แต่คุณภาพของ dell นั้นการันตีเลยว่ายอด ที่สำคัญการซัพพอร์ ทนั้นดีมากๆ ซัพพอร์ทกันถึงบ้านเลยทีเดียว

Asus เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ประสิทธิภาพดีแต่ราคาก็ค่อนข้างแพงหน่อย และมีปัญหาเรื่องแกนจอพับในบางรุ่น เช่น F8 A8 แต่ตอนนี้ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขแล้ว























อ้อ ถ้าพูดถึง Asus ถ้าไม่พูดถึงเรื่อง โน้ตบุ้คราคาประหยัดก็คงไม่ได้ เพราะ Asus เป็นผู้บุกเบิกตลาด โน้ตบุ้คราคาประหยัด อย่าง Eee Pc เลย




















Axioo โน้ตบุ้คน้องใหม่ สัญชาติ สิงคโปร์ (ผลิตโดย Axioo International ประเทศสิงคโปร์ แต่จริงๆแล้ว แบรนด์ Axioo เป็นของอินโด นะคร๊าบ) โดยจุดเด่นของ Axioo นั้น อยู่ที่ ความสะดวกในการพกพา และเอกลักษณ์ในด้านดีไซน์ ซึ่งกล้าออกสีมากกว่าเจ้าอื่นๆ ถึง หนึ่งเท่าตัว ( อย่าง ในรุ่น Zetta มีให้เลือกถึง 8 สีเลยนะ ) เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในเทรนด์ โน้ตบุ้คสีสัน ในขณะนี้




















MSI แบรนด์นี้ คอ oc คงจะรู้จักกันอย่างดี เพราะ MSI เป็นผู้ผลิตเมนเบอร์ด ที่ถือได้ว่าเป็นชั้นแนวหน้าเลยทีเดียว โดยเฉพาะ การนำมาทำ oc (overclock) แต่เมื่อประมาณ ปี 2549 MSI เริ่มมาทำตลาดโน้ตบุ้คในบ้านเรา จุดเด่นของ MSI นั้นอยู่ที่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ภายใน ที่เชื่อถือได้ว่า ยอดเยี่ยมและมีคุณภาพ ดูจาก ชื่อของ MSI ก็น่าจะการันตีได้อยู่แล้ว















Atec และ SVOA 2 ยี่ห้อของคนไทย ตอนนี้ยังมีให้เลือกไม่กี่รุ่น แต่ยังไงก็ขอฝากรุ่นนี้ไว้ด้วยนะครับ แหะๆ แบบว่าไทยช่วยไทยอ่ะเนอะ


















Acer โน้ตบุ้คชื่อดัง อันดับ 1 ในไทย สเปกดีราคาถูก แต่หลังๆเริ่มมีชื่อเสียออกมา เพราะมีปัญหาเยอะ อย่างว่า Acer เป็นโน้ตบุ้คตลาด ทำออกมาเยอะ ขายเยอะ คนใช้เยอะ ก็ไม่แปลกที่จะพบปัญหามากมายตามมา

โดยตอนนี้ Acer กำลังมาแรง แบบฉุดไม่อยู่เลย กับ Acer aspire One โน้ตบุ้ครุ่นเล็กของทาง Acer ที่ถือได้ว่าเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของทั้ง MSI WIND และ Asus Eee PC
หลายๆคนเมื่อรู้จักโน้ตบุ้คยี่ห้อต่างๆเหล่านี้ คงจะเจอยี่ห้อที่ถูกใจกันแล้วล่ะ เหมือนกับเวลาที่เราได้รู้จักใครสักคน ได้เป็นเพื่อน ได้สนิทกัน รู้จักกันมากขึ้น ก็เริ่มหลงรักเขา ฮ่าๆ เหมือนผมเลยนะเนี่ย แอบรักเพื่อน สุดท้ายก็เจ็บเอง เอ้าๆ นอกเรื่องแล้วเรา จริงๆผมอยากจะฝากไว้นิดหนึ่งว่า
" ความจริงแล้วในการเลือกซื้อ โน้ตบุ้คหรืออุปกรณ์ไอทีอะไรก็แล้วแต่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อเพียงอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับ ปัจจัยอีกหลายประการ เช่น จุดประสงค์ในการนำไปใช้งานของเรา รูปลักษณ์ คุณสมบัติ ความชอบส่วนตัวของเรา ที่สำคัญ คือเงิน สิ่งนี้ขาดไม่ได้เลย ถ้าไม่มีเงิน ก็ซื้อไม่ได้ครับ ฮ่าๆ "

12 วิธีการดูแลรักษา Notebook

Posted by Oil on วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553 , under | ความคิดเห็น (0)



ข้อมูลจาก http://www.vajira.ac.th/kt/modules.php?name=News&file=article&sid=80

1. อย่าใช้งานนานเกินไป
เนื่องจากโน้ตบุ๊คมีพื้นที่ในการระบายความร้อนค่อนข้างจำกัด แม้ในปัจจุบันผู้ผลิตโน้ตบุ๊คจะติดตั้งระบบพัดลมระบาย ความร้อนที่มีประสิทธิภาพแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีความร้อนบางส่วนสะสมอยู่ในภายในเครื่องได้ ซึ่งความร้อนเหล่านี้อาจส่งผล ให้การทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่องมีอายุการใช้งานสั้นลงได้ หากใช้โน้ตบุ๊คไประยะหนึ่ง ประมาณ 5-6 ชั่วโมง หรือรู้สึกว่าตัวเครื่องมีความร้อนสูงพอสมควรแล้ว เราก็ควรปิดเครื่องเพื่อเป็นการพักเครื่องสักระยะหนึ่งก่อนแล้วจึงเปิด ใช้งานใหม่อีกครั้ง น่าจะเป็นการใช้งานที่เหมาะสมกว่า

2. การกระทบกระเทือนเป็นศัตรูตัวฉกาจของโน้ตบุ๊ค
เมื่อมีความจำเป็นต้องพกพาโน้ตบุ๊คไปไหนด้วย การใส่โน้ตบุ๊คไว้ในกระเป๋าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันโน้ตบุ๊คจากการ กระทบกระเทือน การกดทับก็เช่นกัน มีผู้ใช้บางรายใส่โน้ตบุ๊คไว้ในกระเป๋าเดินทาง ซี่งอาจทำให้กระเป๋าของเราถูกวางซ้อนจาก กระเป๋าใบอื่นได้ หรืออาจถูกจับโยนจนทำให้จอภาพแตกได้ หากนำไปเข้าศูนย์ แม้จะอยู่ในระยะเวลารับประกันก็ไม่สามารถเคลม ประกันได้ เพราะไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของตัวสินค้า ดังนั้นเวลาเดินทางควรเก็บโน้ตบุ๊คในกระเป๋าถือที่อยู่กับตัวตลอด เวลาดีกว่า

3.บำรุงรักษาจอ LCD
- หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วหรือของแข็งสัมผัสหน้าจอ เนื่องจากโครงสร้างภายในของจอ LCD ประกอบด้วยชั้นแก้วบางๆ ผลึกคริสตัลเหลว และชั้นโพลาไลซ์กรองแสง ทำให้จอ LCD เป็นจอภาพที่ค่อนข้างบอบบางต่อการกระทบกระเทือน และแรงกด จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้นิ้วมือหรือของแข็ง
- ทำความสะอาดจอภาพอย่างถูกวิธี โดยหาซื้อน้ำยาและผ้าที่ใช้สำหรับทำความสะอาดหน้าจอโดยเฉพาะ หรือถ้าไม่อยาก เสียเงิน จะใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ (เอาแค่ชื้น ๆ อย่าให้น้ำหยดเด็ดขาด) มาเช็ดทำความสะอาดหน้าจอก็ได้ โดยการเช็ด ทำความสะอาด ควรเช็ดอย่างเบามือที่สุด และเช็ดไปในทางเดียวกัน ห้ามเช็ดแบบหมุนวนเด็ดขาด เพราะอาจสร้างรอย ขีดข่วนให้กับจอภาพได้
***ห้ามฉีดน้ำหรือน้ำยาลงบนจอภาพโดยเด็ดขาด ควรฉีดน้ำหรือน้ำยาทำความสะอาดลงบนผ้าก่อนแล้วจึงนำไปเช็ด
เพราะหยดหรือละอองน้ำอาจหลุดเข้าไปในช่องลำโพง คีย์บอร์ด และข้อต่อต่างๆ อันอาจส่งผลให้เครื่องเสียหายได้***


4. แบ็คอัพข้อมูลไว้ก่อน
เนื่องจากอาจมีความบกพร่องทางฮาร์ดแวร์ที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ และไวรัสที่อาจเข้าทำลายข้อมูล ดังนั้นการแบ็คอัพข้อมูล หรือทำการสำรองข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง

5. ไม่ควรเสียบชาร์จแบตเตอรี่ตลอดเวลา
เราควรใช้แบตเตอรี่ให้หมดก่อนจึงจะชาร์จใหม่ เพื่อเป็นการยืดอายุดการใช้งานของแบตเตอรี่ หรือบางรุ่นก็แนะนำว่าทุก 2-3 เดือน ให้ใช้แบตเตอรี่จนหมดหรือเกือบหมดสักครั้งก่อนจะชาร์จใหม่

6. ทำความสะอาจโน้ตบุ๊คอยู่เสมอ
เนื่องจากโน้ตบุ๊คเป็นอุปกรณ์ที่มีซอกมีมุมที่ฝุ่นผงมีโอกาสเข้าไปสะสมได้อยู่เสมอ ๆ ไม่ว่าจะเป็นแป้นคีย์บอร์ด ช่องลำโพง หรือข้อต่อต่าง ๆ เป็นต้น อุปกรณ์เสริมที่คุณควรมีก็คือ น้ำยาทำความสะอาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แปรงเล็กๆ หรือหาเครื่อง ดูดฝุ่นขนาดเล็กสักเครื่องไว้ใช้ก็ดี

7. หลีกเลี่ยงสิ่งสกปรก
ขณะใช้โน้ตบุ๊ค เราไม่ควรนำอาหาร น้ำดื่ม เข้ามารับประทานหรือวางใกล้โน้ตบุ๊ค ทั้งนี้เพราะความชื้นรวมถึงเศษอาหาร อาจหลุดเข้าไปทำความเสียหายให้โน้ตบุ๊คได้

8. ศึกษาคู่มือการใช้งานอย่างละเอียด
คู่มือการใช้งานเป็นแหล่งข้อมูลอันมีค่าสำหรับผู้ใช้โน้ตบุ๊ค เพราะโน้ตบุ๊คแต่ละรุ่นอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราควรศึกษาคู่มือการใช้งานที่มาพร้อมกับโน้ตบุ๊คอย่างละเอียด

9. หลีกเลี่ยงแผ่นดิสก์ที่ไม่สมบูรณ์
เพราะอาจทำให้ไม่สามารถนำแผ่นดิสก์ออกจากไดรว์ไม่ได้

10. อย่าซน
ไม่ควรถอดหรือแคะแกะชิ้นส่วนต่าง ๆ ของโน้ตบุ๊คโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เครื่องเสียหายและหมดประกันได้ ถ้าหากโน้ตบุ๊คมีปัญหาควรส่งศูนย์ซ่อมทันที ไม่ควรพยายามแก้ไขเครื่องด้วยตนเอง

11. หากมีอาการผิดปกติ ควรเข้าศูนย์ทันที
หากใช้งานโน้ตบุ๊คอยู่ดี ๆ เกิดอาการผิดปกติทางด้านฮาร์ดดิสก์ เช่น ไดรว์อ่านไม่ค่อยได้ หรืออ่านไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ไม่ได้ เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านซอฟร์แวร์ หรือ ฮาร์ดแวร์ ก็ควรรีบนำเครื่องเข้าศูนย์เพื่อปรึกษาปัญหาทันที

12. ต่ออายุการรับประกัน
เมื่อหมดอายุการรับประกัน ถ้าผู้ขายโน้ตบุ๊คบางรายอาจจะให้ต่ออายุการรับประกันเพิ่มขึ้นอีก 1-3 ปี โดยต้องเสียเงินเพิ่ม อีกก้อนหนึ่ง ก็ถือได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดี เพราะไม่ต้องเสี่ยงกับเครื่องเสียเมื่อหมดระยะเวลาการรับประกัน

การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์พกพา (Notebook)

Posted by Oil on วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553 , under | ความคิดเห็น (0)



ข้อมูลจาก http://itweb.lib.ru.ac.th/webboard/00275.html
คอมพิวเตอร์พกพา (Notebook) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สะดวกในการเคลื่อนย้าย

ปรเภทของคอมพิวเตอร์พกพา
1. โน๊ตบุ๊ค (Notebook) - เครื่องโน๊ตบุ๊ค มีจะน้ำหนักประมาณ 2.7 - 3.6 กิโลกรัม
2. สับโน๊ตบุ๊ค (Sub-Notebook) - มีน้ำหนัประมาณ 1 - 2.7 กิโลกรัม ความสามารถจะต่ำกว่าโน๊ตบุ๊ค
3. ปาล์มทอป (Palmtop) - มีขนาดใกล้เคียงกับม้วนวีดีโอเทป ใช้สำหรังาน นัดหมาย บันทึกนามบัตร

สิ่งสำคัญของคอมพิวเตอร์พกพาคือ แบตเตอร์รี่ ซึ่งทำให้สามารถใช้งานในที่ใด ๆ ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว แบตเตอร์รี่จะใช้ได้นานเพียง 2-3 ชั่วโมง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการชาร์ฟไฟอยู่เสมอ

ประเภทของแบตเตอร์รี่
1. นิกเกิลแคดเมียม (NiCd) - มีอายุการใช้งาน 1 - 2 ชั่วโมง ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมแล้ว และการชาร์จไฟ ต้องรอให้แบตหมดก่อน และ
โดยเฉพาะสารแคดเมียมในแบตเตอร์รี่ยังมีอันตรายอีกด้วย
2. นิกเกิลไฮตราย (NiMH) - มีอายุการใช้งาน 2- 3 ชั่วโมง แบตฯ สามารถอัดไฟได้ตลอดเวลาตามต้องการ
3. ลิเธียมไออน - มีอายุการใช้งาน 4 - 5 ชั่วโมง แบตฯมีอายุการใช้งานนานที่สุดและราคาก็แพงด้วย

ประเภทของจอภาพ
คอมพิวเตอร์พกพาจะใช้จอภาพ LCD ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับนาฬิกาดิจิตอล
1. จอโมโนโครมแบบ Passive Matrix - จอภาพนี้แสดงได้เพียงสีโทนขาวดำเท่านั้น
2. จอสีแบบ Passtive Matrix - ราคาจะต่ำ และถ้ามองผิดมุมจะมองภาพไม่เห็นด้วย จอภาพชนิดนี้ยังแบ่งได้อีก 2 แบบคือ
Dual-Scan Passive Matrix (ดีกว่า) และ Single-Scan Passive Matrix จอภาพ Passive Matrix เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
STN (Super Twist Nematic)
3. จอสีแบบ Active Matrix - จอภาพนี้จะให้ความสว่างและสีที่ดีกว่า มุมมองก็กว้างกว่าด้วย เหมาะสำหรับงานพรีเซ็นเทชั่น จอภพาแบบนี้บางครั้งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า TFT (Thin Film Transissor)

การ์ดขยายที่ใช้สำหรับคอมฯแบบพกพา
เพื่อเพิ่มความสามารถ เรียกว่า PCMCIA (Personal Computer Memory Card Inernational Association) การ์ด PCMCIA นี้
จะมีขนาดใกล้เคียงกับบัตรเครดิต แต่หนากว่า การใช้งานส่วนใหญ่ จะเสียบที่ด้านข้างของตัวเครื่อง
1. PCMCIA Type I - หนาประมาณ 3.3 มิลลิเมตร ใช้สำหรับเพิ่มหน่วยความจำของเครื่อง
2. PCMCIA Type II - หนาประมาณ 5.0 มิลลิเมตร ใช้เป็นการ์ดโมเด็ม การ์ดเครือข่าย หรือการ์ดเสียง
3. PCMCIA Type III - หนาประมาณ 10.5 มิลลิเมตร ใช้เป็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่ เช่น ฮาร์ดดิกส์แบบเคลื่อนย้าย


ก่อนจะเลือกซื้อ

เพื่อให้ คุณได้ Notebook ที่ถูกใจ มากที่สุด ก่อนอื่น คุณควรจะต้อง ถามใจตัวเอง ก่อนว่า คุณต้องการ Notebook ไปใช้เพื่ออะไร
- เพื่อการพกพา นำไปทำงานนอกสถานที่ หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่ต้องเกี่ยวข้อง กับการเดินทาง และต้องออกไปทำงาน นอก office อยู่บ่อยครั้ง ที่สำคัญ ยังต้องการ เครื่องมือ ที่จะช่วยงานคุณ ได้อย่างทรงประสิทธิภาพ เห็นที คุณต้อง ลงทุนสักหน่อย เพราะคุณต้องการ Notebook แบบพกพา
ซึ่งมี ลักษณะ บางและเบา เป็นพิเศษ แน่นอนว่า ราคาก็คง ต้องพิเศษ ตามไปด้วย แต่หากคุณ คิดว่า ประสิทธิภาพ ไม่ใช่ประเด็นหลัก ลองหันมาดู
Notebook แบบ Handheld ซึ่งจะมีขนาดเล็ก เป็นพิเศษ คงจะน่าสนใจ แถมราคา ยังย่อมเยาว์ กว่าอีกด้วย สิ่งที่ลืมไม่ได้ สำหรับ ผู้ที่กำลังมองหา
Notebook เพื่อการพกพา ไปทำงาน นอกสถานที่ นั่นคือ อัตรา การบริโภค พลังงาน ที่ต้องต่ำ รวมไปถึง แบตเตอรี่ ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ
Notebook ที่ใช้ชิป Crusoe ที่มีอายุ การใช้งาน นานถึง 6 - 8 ชั่วโมง เลยทีเดียว ( Fujitsu นำรุ่น Lifebook P-1000 ที่ใช้ Crusoe Chip มาวางขาย ในราคา 74,793 บาท )
- เพื่องาน สมบุกสมบัน นอกสถานที่ คุณสมบัติ ของ Notebook ประเภทนี้ นั่นคือ ความสะดวก ในการพกพา ในขณะเดียวกัน ยังต้องมีตัว Case ที่แข็งแรง อย่างเช่น ทำมาจาก แมกนีเซียม อัลลอยด์ เป็นต้น ที่สำคัญ ยังต้องออกแบบ มาเพื่อกันแรงกระแทก และแรงสั่นสะเทือน เป็นพิเศษอีกด้วย ดังนั้น ส่วนประกอบ ต่างๆ โดยเฉพาะ Harddisk จึงต้อง เป็นรุ่นพิเศษ ที่มีคุณสมบัติ Shock Resistant ในขณะเดียวกัน หาก Keyboard ยังสามารถกันน้ำได้ด้วย ก็จะยิ่ง พิเศษและ รองรับ งานประเภทนี้ ได้ดียิ่งขึ้น
- เพื่องาน Presentation หากคุณ กำลังมองหา Notebook ที่ตอบสนอง ความต้องการ ในการ Presentation นอกสถานที่ แล้วล่ะก็ คงต้องหา Notebook ประสิทธิภาพสูง ดีๆ สักตัวหนึ่ง เพื่อให้ งานนำเสนอของคุณ รื่นไหล ไม่ติดขัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากการนำเสนอ เป็นภาพเคลื่อนไหว และเป็นแผ่นงานสามมิติ ผ่านโปรแกรม Presentation อย่าง PowerPoint แล้ว คงต้องหวัง พลังจากเครื่องที่สูง พอสมควร แล้วต้องไม่ลืมด้วยว่า ต้องสามารถ พกพาสะดวก มีขนาดที่เบา รวมไปถึง มีระบบมัลติมีเดีย รองรับครบถ้วน ตั้งแต่ Soundcard, Graphic Card ไปจนถึง ลำโพง คุณภาพเยี่ยม
- เพื่อความบันเทิง หากคุณ เป็นคนหนึ่ง ที่มีเงินเหลือพอ และชอบความเป็นอิสระ และรักสนุก เราคิดว่า Notebook เพื่อความบันเทิง คงเหมาะสม สำหรับคุณ จริงๆ แล้ว Notebook แบบนี้ จัดอยู่ใน ประเภทของ Notebook ระดับ High End เนื่องจาก มีการ ใส่ความสามารถ ต่างๆ เอาไว้ อย่างเต็มที่ ตั้งแต่ การเล่น MP3, ตอบสนอง การเล่นเกมส์ 3 มิติ ไปจนถึง Drive DVD เพื่อรับชมภาพยนตร์ คุณภาพสูง ซึ่ง เพื่อให้ สามารถ รองรับ การทำงาน ระดับนี้ได้ จึงต้องพึ่งพา CPU ความเร็วสูง ในระดับ Pentium III ตามไปด้วย ซึ่ง หลีกเลี่ยงไม่ได้ กับอัตรา การบริโภค พลังงาน ในระดับสูง และค่าตัว ที่สูงขึ้น ตามไปด้วย
- เพื่อแทนที่ Desktop จริงๆ แล้ว Notebook ก็สามารถ ทำงานได้ เสมือนหนึ่ง เป็น Desktop PC ตัวหนึ่ง มีผู้คนไม่น้อย ที่เลือกใช้ Notebook แทนที่ Desktop PC เพราะความสะดวก ที่สามารถ ทำงานได้ทั้งที่ทำงาน หรือจะหอบหิ้ว เอางาน ( ใน Notebook ) มาทำต่อที่บ้าน ก็ได้ เราขอแนะนำว่า Notebook ประเภทนี้ ควรมีประสิทธิภาพ ที่สูง สักหน่อย เพื่อความสามารถ ในการรองรับ การทำงาน ได้อย่างเต็มที่ ไม่น้อยหน้า Desktop PC ที่สำคัญ ต้องไม่ลืม ในเรื่องของModem / LAN card เพราะคุณจะได้ ต่อ Notebook เข้า LAN ที่ทำงาน หรือต่อเข้ากับ สายโทรศัพท์ เพื่อเชื่อมต่อ อินเตอร์เน็ต ที่บ้านได้ อีกทั้ง เราคิดว่า หากคุณ จะลงทุน ซื้อจอ 17 นิ้ว พร้อม Keyboard กับ เม้าส์ แยกออกมาต่างหาก แล้วต่อ Notebook เข้ากับ Dock Station คงจะดีไม่น้อย เพราะจะช่วยแปลง ให้ Notebook กลายเป็นตัวถัง CPU ที่ต่อเชื่อม กับจอ , คีย์บอร์ด, เม้าส์ เสมือนหนึ่ง นั่งทำงาน อยู่หน้า Desktop PC เลยทีเดียว

เทคนิคการเลือกซื้อ
ถ้าท่านเป็นผู้หนึ่งที่กำลังจะซื้อ Notebook หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจเพื่อเลือกซื้อ Notebook ลองศึกษารายละเอียด เบื้องต้นเหล่านี้ดูก่อน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยในการตัดสินใจให้แก่ท่าน เนื่องจากราคาของ Notebook จะมีราคาค่อนข้างสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่อง Desktop ทั่ว ๆ ไป

คุณสมบัติของ Notebook ที่ควรพิจารณา
1. จอภาพ
- ควรมีขนาดใหญ่ เพราะยิ่งใหญ่จะยิ่งชัด และควรเป็นจอภาพแบบ TFT
- ความละเอียดควรกำหนดได้อย่างน้อย 800 * 600
- จำนวนสีที่สามารถกำหนดได้อย่างต่ำควรเป็น 16 บิต
2. แบตเตอรรี่
ควรใช้ ลิเธียมไอคอน เพราะว่ามีอายุการใช้งานนานที่สุดในบรรดาแบตเตอรรี่อื่นๆ
3. หน่วยความจำ
ควรติดตั้งแรมให้มากเท่าที่จะสามารถทำได้ อย่างน้อย 64 MB

4. ฮาร์ดดิกส์

อย่างน้อย 5 GB ขึ้นไป เพราะว่าปัจจุบันโปรแกรมส่วนใหญ่มีขนาดค่อนข้างใหญ่มาก

5. ระบบมัลติมีเดีย

หมายถึง CD-Rom หรือ DVD Drive บวกกับ Sound card ส่วนใหญ่เป็นพื้นฐานไปแล้วสำหรับเครื่องคอมฯ รุ่นใหม่ ๆ แต่ก็ไม่ควรพลาดที่จะมีไว้ เนื่องจากซอร์ฟแวร์ใหม่ ๆ จะบันทึกผ่านทางแผ่น CD
6. โมเด็ม
ห้ามพลาดทีเดียว ถ้าคุณต้องการเล่น internet และต้องการส่ง fax ผ่านเครื่องคอมฯ

7. เน็ตเวิร์คการ์ด

สำหรับเชื่อมระบบเครือข่าย ถ้าคุณมีการใช้งานในระบบเครือข่าย (Network) บางยี่ห้อ บางรุ่นก็แถมมาให้ด้วยครับ
8.คุณสมบัติพิเศษ
- สีสัน : หลังจากที่ Imac ประสบความสำเร็จ กับการนำสีสัน มีใช้ ทำให้ ผู้ผลิต PC หลายราย พยายาม ยืมรูปแบบนี้ มาใช้บ้าง เพื่อตอบสนอง ผู้ใช้ ที่ต้องการสีสัน และความสนุกสนาน ในการทำงาน หลังจาก ที่ต้องทน อยู่กับ ตัวเครื่องสีดำ หรือ สีเงินเมทัลลิก มานาน ดูเหมือนว่า Compaq จะเป็นผู้เล่น รายแรกๆ ที่นำเอา สีสันมาใช้ ใน Notebook ของตน ซึ่งจะพบเห็นได้ในรุ่น Presario 1400 แถมยังโดดเด่น ด้วยความสามารถ ในการถอดหน้ากากสี ได้อีกด้วย นอกจาก Compaq แล้ว ทางค่าย Asus ผู้ผลิต Mainboard ชื่อดัง ที่หันมาเอาดี ด้าน Notebook ด้วย ก็ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่มาพร้อมกับสีสันนี้ด้วยเช่นเดียวกัน
- Multimedia : มี Notebook มากมาย ที่พยายาม แปลงตัวเอง จากคอมพิวเตอร์ PC ทั่วไป ให้กลายเป็น สถานีความบันเทิง แบบพกพาได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจ หากคุณจะพบว่า Notebook ในหลายๆ รุ่น ได้ถูกอัดแน่น ไปด้วยความสามารถ ในการตอบรับ ความบันเทิง ทั้ง ตั้งแต่เล่นแผ่น DVD ไปจนถึง เป็นเครื่องเล่น MP3 หากคุณเอง เป็นคนหนึ่ง ที่ชื่นชอบ คุณสมบัติเหล่านี้ อย่าลืมดูด้วยว่า ลำโพงที่มาพร้อมกับ Notebook นั้น มีประสิทธิภาพ มากน้อยเพียงใด ง่ายๆ เลยนั่นคือ ให้คุณทดลองฟัง ด้วยตัวคุณเอง เพื่อตัดสินใจ เพราะลำโพง เป็นปัจจัยหลักประการหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความบันเทิง ให้กับ Notebook ของคุณ ทิ้งท้าย ไว้สักนิดว่า หากคุณ ชื่นชอบ คุณสมบัตินี้ล่ะก็ คงไม่เหมาะนัก ที่จะนำไปใช้งาน นอกสถานที่ เพราะอายุการใช้งาน Battery จะสั้นลงถนัดตา จากปกติ 3 - 4 ชั่วโมง เหลือเพียงไม่ถึงชั่วโมงเท่านั้น
- กระเป๋า Notebook : หากคุณ จะหอบหิ้ว Notebook ไปไหนมาไหน โดยไม่มีกระเป๋าใส่ ก็คงไม่ดีนัก ดังนั้น ผู้ขาย จึงมักจะแถมกระเป๋า ใส่ Notebook มาพร้อมด้วย แต่กระเป๋าที่แถมมานี้ ก็ใช่ว่า จะมีคุณภาพที่ดีนัก ส่วนใหญ่แล้ว ไม่แตกต่างจาก กระเป๋าใส่เอกสาร สักเท่าไหร่ สำหรับ กระเป๋า Notebook ที่ดีนั้น ควรจะทำมาจาก วัสดุ ที่แข็งแรง และมีการบุฟองน้ำ หรือวัสดุ ที่ช่วยซับ แรงกระแทก อีกทั้ง ภายในกระเป๋า ควรจะมี ช่องต่างๆ ให้ใส่อุปกรณ์ สำหรับ Notebookได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ แบตเตอรี่สำรอง, ที่ชาร์จแบต, CD-Drive ไปจนถึง ที่ใส่แผ่น CD ที่ถูกออกแบบมาเฉพาะ เพื่อคุณจะได้ มีกระเป๋าแบบ All in 1 ที่มีอุปกรณ์ทุกอย่าง ครบอยู่ในตัว
- การบริการ : อย่านึกว่าไม่สำคัญนะครับ เพราะว่า Notebook ไม่เหมือน Desktop PC อันดับแรกเลย นั่นคือ ด้วยราคาค่าตัว ที่สูงกว่ามาก อีกทั้ง อุปกรณ์ภายในต่างๆ ก็มีความซับซ้อน ไม่สามารถซ่อมแซมได้ ง่ายๆ หรือทำได้ด้วยตนเอง เหมือน PC ทั่วไป ทำให้คุณ ต้องพิจารณาด้วยว่า ผู้ขายของคุณ มีบริการหลังการขาย ที่ดีหรือไม่ คุณจะได้ไม่ต้องมานั่ง เสียใจ ในภายหลัง เราชื่นชอบอย่างมาก กับผู้ให้บริการบางราย ที่จะให้ Notebook เครื่องใหม่ มาให้คุณยืมใช้ในทันที หากไม่สามารถ ซ่อมแซมได้ ภายใน 1 วัน ซึ่งช่วยให้ งานของคุณ ไม่หยุดชะงัก ตามไปด้วย

การเลือกซื้อ
1. การเลือกซื้อ Notebook ควรกำหนดคุณสมบัติต่างๆ ไว้ค่อนข้างสูง เนื่องจากการ upgrade จะค่อนข้างลำบาก เนื่องจากต้องใช้ชิ้นส่วนเฉพาะรุ่น และราคาชิ้นส่วนก็ค่อนข้างสูงด้วย
2. ราคาของ Notebook เมื่อเทียบคุณสมบัติชิ้นส่วนต่อชิ้นส่วนแล้ว ราคา Notebook จะค่อนข้างสูงกว่า Desktop มาก บางรุ่นสูงถึง
100%
3. อุปกรณ์เสริมสำหรับ Desktop ส่วนใหญ่ ไม่สามารถใช้งานได้กับ Notebook